
คะแนนรายด้าน
- บทและเนื้อเรื่อง9
- การแสดง9
- การกำกับ10
- งานภาพ10
- ดนตรีและเสียง10
- จังหวะและการตัดต่อ8
- ความสร้างสรรค์8
- ความบันเทิง9
จากเด็กหนุ่มผู้ลี้ภัยสู่ผู้ที่ถูกเชื่อว่าเป็นพระผู้ไถ่
ดูน ภาคสอง ต่อจากภาคแรกทันที พอลกับแม่ใช้ชีวิตอยู่กับชาวเฟรเมนในทะเลทรายอาร์ราคิส และค่อย ๆ ถูกผลักให้เป็นศูนย์กลางของคำทำนาย เดอนี วิลล์เนิฟ ไม่ได้เล่าเรื่องนี้แบบการเติบโตของฮีโร่ แต่เล่าให้เห็นว่าศรัทธาของคนหมู่มากถูกใช้เป็นอาวุธได้อย่างไร และนั่นทำให้ภาคนี้มีน้ำหนักกว่าภาคแรกมาก
ชานีคือสายตาของคนดู
ทิโมธี ชาลาเมต์ เปลี่ยนจากเด็กหนุ่มลังเลเป็นผู้นำที่น่ากลัวได้อย่างน่าเชื่อ แต่ตัวละครที่สำคัญที่สุดกลับเป็นชานีที่เล่นโดยเซนดายา เธอคือคนที่มองเห็นว่าอะไรกำลังเกิดขึ้น และปฏิกิริยาของเธอบอกคนดูว่าควรรู้สึกอย่างไรกับชัยชนะของพอล ส่วนออสติน บัตเลอร์ ในบทเฟด-ราวธา สร้างตัวร้ายที่น่าจดจำได้ภายในเวลาไม่นาน
ภาพและเสียงที่ต้องดูในโรง
งานภาพของเกรก เฟรเซอร์ ใช้ทะเลทรายเป็นผืนผ้าใบได้อย่างยิ่งใหญ่ ฉากขี่หนอนทรายยักษ์ครั้งแรกคือช่วงเวลาที่โรงหนังทั้งโรงเงียบกริบ และฉากสนามประลองบนดาวของตระกูลฮาร์คอนเนนที่ถ่ายเป็นขาวดำใต้ดวงอาทิตย์สีดำ คือหนึ่งในภาพที่แปลกตาที่สุดของหนังฟอร์มใหญ่ในรอบหลายปี ดนตรีของฮันส์ ซิมเมอร์ ยังคงสร้างความรู้สึกของโลกที่เก่าแก่และอันตราย
จุดที่ยังขาด
ช่วงท้ายเร่งเร็วจนบางการตัดสินใจทางการเมืองรู้สึกกระโดด และตัวละครสมทบหลายตัวมีเวลาบนจอน้อยเกินกว่าจะมีมิติ
สรุป ดูน ภาคสอง คือตัวอย่างของหนังฟอร์มยักษ์ที่ยังมีความคิดเป็นของตัวเอง ยิ่งใหญ่ทั้งภาพ เสียง และคำถามที่ทิ้งไว้ให้คนดู
เกี่ยวกับ ปกรณ์ ทองดี
บัญชีนักวิจารณ์ตัวอย่างสำหรับสาธิตระบบ — บทวิจารณ์เขียนโดย AI สายไซไฟและหนังฟอร์มใหญ่
